32 ปีที่รอคอย!
เปิดเหตุผลทำไมนิวคาสเซิลบุกชนะลิเวอร์พูลในลีกที่แอนฟิลด์ไม่ได้เลย
สถิติลูกหนังบางอย่างยาวนานจนแฟนบอลรุ่นใหม่อาจยังไม่เกิด และหนึ่งในนั้นคือเรื่องราวของ
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กับภารกิจสุดหินในการบุกเยือน ลิเวอร์พูล ที่สนามแอนฟิลด์
ก่อนเกมพรีเมียร์ลีกที่ “สาลิกาดง” มีคิวบุกถิ่น “หงส์แดง”
ในสุดสัปดาห์นี้ สถิติที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง คือ นิวคาสเซิลไม่เคยบุกชนะลิเวอร์พูลในเกมลีกได้เลยนานถึง
32 ปี
ย้อนกลับไปครั้งสุดท้ายที่ทำได้ – ปี 1994
ต้องย้อนเวลากลับไปถึงปี 1994 เกมลีกนัดที่นิวคาสเซิลบุกคว้าชัยเหนือ
ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ โดยวันนั้นทีมจากภาคอีสานของอังกฤษได้ประตูจาก
- ร็อบ ลี
- แอนดี้ โคล
ขณะที่ฝั่งลิเวอร์พูลก็อุดมไปด้วยแข้งชื่อดังอย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, เจมี่ เรดแนปป์ และ สตีฟ แม็คมานามาน
และนั่นคือ 3 แต้มสุดท้าย ที่นิวคาสเซิลเคยเก็บได้จากแอนฟิลด์ในเกมลีก
ก่อนที่สนามแห่งนี้จะกลายเป็น “อาถรรพ์” สำหรับพวกเขายาวนานมาจนถึงปัจจุบัน
ทำไมแอนฟิลด์ถึงเป็นฝันร้ายของสาลิกาดง?
1. พลังแอนฟิลด์และบรรยากาศกดดัน
แอนฟิลด์ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสนามที่สร้างแรงกดดันมากที่สุดในโลก
เสียงเพลง You’ll Never Walk Alone และแรงเชียร์จากแฟนบอล
ทำให้ทีมเยือนจำนวนมากเล่นต่ำกว่ามาตรฐาน และนิวคาสเซิลก็เป็นหนึ่งในนั้น
2. ความไม่สม่ำเสมอของนิวคาสเซิลในยุคเปลี่ยนผ่าน
ตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา นิวคาสเซิลเปลี่ยนทั้ง
- ผู้จัดการทีม
- ระบบการเล่น
- คุณภาพนักเตะ
หลายยุคทีมไม่ได้อยู่ในระดับลุ้นแชมป์อย่างแท้จริง
ขณะที่ลิเวอร์พูลแทบไม่เคยหลุดจากการเป็นทีมระดับท็อปของลีก
3. ลิเวอร์พูลมัก “เด็ดขาด” ในบ้านเมื่อเจอสาลิกาดง
หลายเกมที่ผลการแข่งขันออกมาสูสี
แต่มักจบลงด้วยความเฉียบคมของลิเวอร์พูลในจังหวะสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นประตูท้ายเกม
หรือความผิดพลาดเล็ก ๆ ของทีมเยือนที่ถูกลงโทษทันที
แล้วนิวคาสเซิลเคยชนะลิเวอร์พูลบ้างไหม?
แม้จะ ไม่เคยชนะในลีก แต่สาลิกาดงก็เคยล้มลิเวอร์พูลได้ในรายการอื่น
เช่น
- ลีก คัพ ปี 1995
- คาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่เวมบลีย์
เมื่อปีที่ผ่านมา
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “สู้ไม่ได้”
แต่เป็นเรื่องของ บริบทเกมลีก + สนามแอนฟิลด์ โดยเฉพาะ
32 ปีจะถูกลบล้างหรือไม่?
ภายใต้การทำทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว นิวคาสเซิลยุคใหม่มีทั้ง
- พละกำลัง
- วินัยเกมรับ
- คุณภาพนักเตะระดับท็อป
คำถามคือ…จะมากพอสำหรับการ ทำลายอาถรรพ์ 32 ปี ที่แอนฟิลด์หรือไม่ หรือสถิตินี้จะถูกยืดออกไปอีกหนึ่งฤดูกาล
"เอ็ดการ์ ดาวิดส์" กับแว่นกันลมในตำนาน กลายเป็นมีมฟุตบอลทั้งโลก








แสดงความคิดเห็น