เจาะหลังเกม ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์เจ๊า ลีดส์ 0-0 เกมที่ชวนตั้งคำถามมากกว่าคำตอบ
ผลเสมอ 0-0 ในแอนฟิลด์ อาจดูเหมือนคะแนนไม่เสียหาย
แต่ถ้ามองลึกลงไปในรายละเอียดเกม ต้องบอกว่าเป็นเกมที่สะท้อนปัญหาหลายอย่างของลิเวอร์พูลในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกได้ชัดเจน
เกมรุกไร้ไอเดีย เจอรับเป็นระเบียบก็ไปไม่เป็น
สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือเกมรุกที่ขาดความหลากหลาย
บอลขึ้นหน้าเนิ่บ จังหวะเข้าทำอ่านง่าย และแทบไม่มีไอเดียใหม่ๆ ให้แนวรับลีดส์ต้องปวดหัว
ลีดส์มาแบบไม่ซับซ้อน
ตั้งโซนรับแน่น รักษาระยะ บีบพื้นที่ตรงกลาง แล้วปล่อยให้ลิเวอร์พูลออกบอลไปด้านข้าง
พอบอลออกปีก ก็จบแค่นั้น ไม่มีแผนต่อยอด ไม่มีการเคลื่อนที่ตัดหลัง ไม่มีจังหวะสอดที่ทำให้แนวรับต้องแตก
เพรสไม่สุด ครึ่งๆกลางๆ จนเกมไม่ไหล
อีกจุดที่น่าพูดถึงคือเกมเพรสซิ่ง
ไม่ใช่ไม่เพรส แต่เป็นการเพรสแบบไม่สุด
ขึ้นไม่พร้อมกัน ไลน์ไม่ดันตาม ทำให้ลีดส์ยังต่อบอลหนีได้เป็นระยะ
เกมเลยไม่ขาด ไม่กดดัน และไม่สร้างโมเมนตัมให้เจ้าบ้าน
แง่บวกเดียว เซตพีสไม่โดนเล่นงาน
ถ้าจะมองด้านดี เกมนี้อย่างน้อยลิเวอร์พูลไม่เสียประตูจากลูกนิ่ง
ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ เพราะปัญหาเซตพีสสะสมมาตลอดฤดูกาล
แต่ถ้าขยายภาพให้ชัด ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ตลอดช่วงที่ผ่านมา ทีมเสียประตูจากลูกนิ่งไปถึง 12 ลูก
แบ่งเป็นเตะมุม ลูกทุ่ม และฟรีคิก
และที่หนักคือ ไม่ได้ประตูจากลูกนิ่งกลับมาเป็นคำตอบเลย
ปัญหาโค้ชเซตพีส ที่กลายเป็นสัญญาณเตือน
เบื้องหลังเรื่องนี้คือ ลิเวอร์พูลไม่ได้มีโค้ชเซตพีสโดยตรง
อารอน บริกส์ ถูกดึงมาทำหน้าที่นี้ทั้งที่บทบาทหลักคือโค้ชพัฒนานักเตะรายบุคคล
ทีมเคยพยายามหาโค้ชเฉพาะทางช่วงซัมเมอร์ แต่ไม่สำเร็จ
สุดท้ายเลยต้องใช้โครงสร้างเท่าที่มี
เมื่อผลงานไม่เป็นใจ บริกส์จึงกลายเป็นคนที่โดนแรงกระแทกไปเต็มๆ
จะเรียกว่าโดนโยนใต้รถบัสก็ไม่ผิดนัก
แต่ในความเป็นจริง นี่คือปัญหาเชิงระบบมากกว่าตัวบุคคล
ครึ่งฤดูกาล ตารางคะแนนอาจไม่โกหก แต่วิธีเล่นฟ้องทุกอย่าง
ผ่านไป 19 นัด ตารางคะแนนอาจบอกว่าลิเวอร์พูลยังอยู่ในกลุ่มหัวตาราง
แต่ถ้าวัดจากวิธีการเล่น ภาพที่ออกมาคือทีมระดับกลางของกลุ่มบน
ไม่ใช่ทีมที่กดคู่แข่งด้วยคุณภาพและเอกลักษณ์
คำถามสำคัญเลยตกมาที่ อาร์เน่อ สลอด
แนวทางของทีมจะไปทางไหน
จะเล่นแบบมีปีกหรือไร้ปีก
จะเน้นครองบอลเนิ่บๆ หรือกลับไปเร่งสปีดเกมให้มีชีวิตชีวา
ลิเวอร์พูลต้องเป็นทีมชั้นนำ ไม่ใช่แค่ไม่แพ้
สถิติไม่แพ้หลายเกมติด และอันดับในตาราง อาจฟังดูดี
แต่สำหรับสโมสรที่ลงทุนระดับนี้ คำว่า “แค่นี้พอไหม” คือคำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เสียงโห่หลังจบเกมจากแฟนบอลคือสัญญาณชัด
แฟนไม่ได้เรียกร้องให้ชนะทุกนัด
แต่ต้องการเห็นแพสชั่น ความเร็ว และความสนุกในสนาม
บอลเฮฟวีเมทัลอาจเป็นภาพจำยุคหนึ่ง
แต่สิ่งที่อยู่เหนือยุคคือเอกลักษณ์ของลิเวอร์พูล
สปีดบอล ความดุดัน และพลังร่วมกันของทีมกับแฟนบอล
ถ้า “สลอดบอล” ยังเนิ่บแบบนี้ต่อไป
ไม่ต้องรอถึงปลายฤดูกาล
ป้าย EXIT อาจเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ต้องมีใครพูดออกมา
🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉 https://line.me/R/ti/p/@pzz9
อ่านหลังเกมพรีเมียร์ลีก! แมนฯ ซิตี้สะดุดเจ๊าซันเดอร์แลนด์ 0-0
เจ๊าจืดทั้งเกม! ลิเวอร์พูลฝืด เปิดแอนฟิลด์เสมอ ลีดส์ 0-0
ช็อกลาลีกา! "เซร์คิโอ รามอส" เตรียมผนึกทุนใหญ่ยื่นซื้อหุ้น "เซบีย่า" สโมสรเก่า
วิเคราะห์บอล อัล อาห์ลี vs อัล นาเซอร์ ( ซาอุดิอาระเบีย โปรเฟสชั่นแนล ลีก )






แสดงความคิดเห็น