เจาะลึกเบื้องหลังแชมป์! แมนฯ ซิตี้ ปลดล็อคเอฟเอ คัพ สมัยที่ 8 พร้อมส่ง เชลซี จมอาถรรพ์รองแชมป
เป๊ปปรับนิดเดียว แต่เกมลื่นกว่าเดิม
เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่ได้เปลี่ยนทีมเยอะ แต่จุดที่น่าสนใจคือการดร็อปทั้ง ฟิล โฟเด้น และ รายาน แชร์กี เอาไว้ข้างสนาม แล้วเลือกใช้ โอมาร์ มาร์มุช ลงมาเล่นเป็นหน้าต่ำแทน
จังหวะนี้ช่วยให้เกมรุกของ แมนฯ ซิตี้ ดูไหลลื่นขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมเกมตรงกลางกับการดึงตัวประกบ ทำให้พื้นที่ในพื้นที่สุดท้ายเปิดเยอะกว่าเดิม แม้จะไม่ได้บุกแบบดุดันทั้งเกม แต่ก็ยังเป็นฝ่ายคุมจังหวะได้เกือบทั้งหมด
อีกจุดที่เห็นชัดคือการเพรสแดนบนของ แมนฯ ซิตี้ ยังทำงานดีเหมือนเดิม เชลซี ต่อบอลขึ้นเกมลำบาก และโดนบีบให้เสียบอลหลายครั้ง
เชลซี รับแน่น แต่เกมรุกไม่มีน้ำหนัก
ฝั่ง เชลซี มาในระบบ 3-4-2-1 แบบเน้นเกมรับชัดเจน ช่วงต้นเกมถอยลงต่ำ รอจังหวะสวนกลับเร็ว และพยายามปิดพื้นที่ตรงกลางไม่ให้ แมนฯ ซิตี้ เจาะง่าย
จริงๆ มีหลายช่วงที่ เชลซี ครองบอลกดดันได้เหมือนกัน แต่ปัญหาคือจังหวะสุดท้ายยังขาดคุณภาพ ทั้งการจ่ายบอลเข้าพื้นที่สุดท้ายและจังหวะจบสกอร์
ภาพรวมเลยกลายเป็นทีมที่ดูมีบอล แต่ไม่ได้สร้างความอันตรายมากพอ
สถิติที่เห็นชัดสุดคือ ผู้รักษาประตูของ แมนฯ ซิตี้ แทบไม่มีจังหวะต้องเซฟยากเลยตลอดทั้งเกม
ประตูชัยที่มีทั้งความคมและความเฮง
จังหวะประตูชัยของ แมนฯ ซิตี้ ต้องบอกว่ามีทั้งคุณภาพและดวงเข้าข้าง
เริ่มจากจังหวะที่แนวรับ เชลซี สกัดบอลได้ก่อนแล้ว แต่บอลดันกระเด้งไปเข้าทาง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ พอดี ก่อนที่ดาวยิงชาวนอร์เวย์จะลากสวนกลับเร็วแล้วจ่ายหักกลับมาให้ อองตวน เซเมนโย่ ยิงไขว้เข้าไปแบบเหนือชั้น
จังหวะนี้เป็นภาพชัดมากของทีมที่กำลังมั่นใจ เพราะหลายครั้งในเกมใหญ่ รายละเอียดเล็กๆ แบบนี้มักตัดสินแชมป์ได้เลย
เชลซี ยังอยู่ในเกม แต่ยิ่งเล่นยิ่งดูตัน
จริงๆ การตามหลังแค่ลูกเดียวในเกมนัดชิง ยังถือว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ปัญหาคือ เชลซี ไม่มีช่วงที่กดดัน แมนฯ ซิตี้ แบบต่อเนื่องจริงๆ
เกมรุกดูเร่งไม่ขึ้น จังหวะเข้าทำขาดความเฉียบคม หลายครั้งขึ้นไปถึงพื้นที่สุดท้ายแล้วจบกันเอง
ยิ่งช่วงท้ายเกมที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกส่งลงมา แมนฯ ซิตี้ ยิ่งดูนิ่งกว่าเดิม เพราะทั้งประสบการณ์และการคุมจังหวะเกมยังเหนือกว่า
จากเกมที่ยังพอเปิด กลายเป็นเกมที่ เชลซี ดูหมดทางกลับมาแบบชัดเจน
อาถรรพ์รองแชมป์ของ เชลซี ยังไม่จบ
สิ่งที่เริ่มกลายเป็นปัญหาใหญ่จริงๆ คือเรื่องสภาพจิตใจในเกมนัดชิง เพราะนี่คือการแพ้นัดชิงบอลถ้วยในประเทศอังกฤษ 7 ครั้งติดต่อกัน
แบ่งเป็น ลีก คัพ 3 ครั้ง และ เอฟเอ คัพ อีก 4 ครั้ง
ยิ่งเข้าชิง ยิ่งเหมือนเล่นด้วยความกดดัน จังหวะสำคัญมักผิดพลาดหรือขาดความนิ่ง ต่างจาก แมนฯ ซิตี้ ที่ต่อให้ไม่ได้เล่นดีที่สุด แต่ยังรู้วิธีปิดเกมและรักษาความได้เปรียบ
นี่คือความต่างของทีมที่ “คุ้นกับแชมป์” และทีมที่ยังปลดล็อคตัวเองไม่ได้
ข่าวดีเดียวของแฟนสิงห์บลูส์
แม้จะจบคืนแบบผิดหวัง แต่หลังเกมยังมีข่าวที่พอเรียกรอยยิ้มแฟน เชลซี ได้บ้าง เมื่อมีกระแสว่า ชาบี อลอนโซ่ ตอบรับคุมทีมเรียบร้อยแล้ว
ถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริง อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสโมสร เพราะตอนนี้สิ่งที่ เชลซี ต้องแก้ ไม่ใช่แค่แท็กติกในสนาม แต่รวมถึงความมั่นใจและสภาพจิตใจในเกมใหญ่ด้วย
🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
✉️ ติดต่อสอบถาม 👉 https://line.me/R/ti/p/@pz99
เมนูลุ้นหนักหวังมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษลุยฟุตบอลโลก 2026
การ์บาฆาลเตรียมอำลา เรอัล มาดริด หลังจบซีซั่น ปิดฉาก 13 ปีในเบร์นาเบว
เลวานดอฟสกี้โพสต์ลา บาร์ซ่า ปิดฉาก 4 ปีในคัมป์ นู
บาเลนเซีย ทีมแกร่งแห่งยุคต้นปี 2000







แสดงความคิดเห็น