ฝรั่งเศสเฉือนปารากวัยหวิว 1-0 เอ็มบัปเป้สังหารโทษพาตราไก่ลิ่ว 8 ทีม ฟุตบอลโลก 2026

ฝรั่งเศส ต้องออกแรงไม่น้อยกว่าจะผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 หลังเฉือนชนะ ปารากวัย 1-0 ในศึกฟุตบอลโลก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 จากลูกจุดโทษของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ส่งให้ "ตราไก่" เดินหน้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย พร้อมนัดดวลกับ โมร็อกโก ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้

แม้ผลการแข่งขันจะจบลงด้วยสกอร์เพียงลูกเดียว แต่รูปเกมตลอด 90 นาที ฝรั่งเศส เป็นฝ่ายครองสถานการณ์ได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการครองบอลที่ทำได้ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเกม ขณะที่ ปารากวัย เลือกถอยลงมาตั้งรับลึกและอาศัยความเหนียวแน่นของแนวรับในการรับมือกับเกมรุกของคู่แข่ง

ครึ่งแรก ฝรั่งเศสครองเกมแต่ยังหาช่องเจาะไม่เข้า

เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น ฝรั่งเศส เดินหน้าบุกทันทีและเป็นฝ่ายครองบอลได้เกือบทั้งหมดในช่วง 20 นาทีแรก แต่แม้จะต่อบอลได้อย่างลื่นไหล ก็ยังหาพื้นที่เจาะแนวรับของ ปารากวัย ไม่ได้

นาทีที่ 22 มานู โคเน่ ได้ลองซัดไกลจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งหลุดเสาออกไปแบบได้ลุ้น ก่อนที่นาที 32 อาเดรียง ราบิโอต์ จะลองยิงจากระยะไกลอีกครั้ง แต่บอลข้ามคานออกหลัง

จังหวะที่ทำให้เกมเริ่มร้อนแรงเกิดขึ้นในนาทีที่ 35 เมื่อ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ถูก อันเดรส กูบาส ผลักจากด้านหลัง ก่อนที่กองหน้ากัปตันทีมฝรั่งเศสจะลุกขึ้นมาตอบโต้ด้วยการผลักอกคืน ส่งผลให้ผู้เล่นทั้งสองทีมเข้ามาปะทะคารมกันเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ผู้ตัดสินสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ และไม่มีใบแดงเกิดขึ้น

ช่วงเวลาที่เหลือของครึ่งแรกยังไม่มีฝ่ายไหนสร้างโอกาสแบบจะแจ้ง ทำให้จบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์ 0-0

ครึ่งหลังฝรั่งเศสเร่งเกม ก่อน VAR ชี้จุดโทษเปลี่ยนทุกอย่าง

กลับมาครึ่งหลัง ฝรั่งเศส เพิ่มจังหวะบุกมากขึ้นและเริ่มสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง

นาทีที่ 54 มานู โคเน่ ได้โอกาสยิงไกลอีกครั้ง บอลพุ่งเข้ากรอบเป็นครั้งแรกของทีมในเกมนี้ แต่ ออร์ลันโด้ กิลล์ ยังโชว์ปฏิกิริยาพุ่งปัดข้ามคานได้อย่างยอดเยี่ยม

แม้แนวรับของ ปารากวัย จะช่วยกันสกัดได้หลายจังหวะ แต่แรงกดดันของ ฝรั่งเศส ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในนาทีที่ 65

เดซีเร่ ดูเอ้ พาบอลลุยเข้าเขตโทษก่อนถูก ดีเอโก้ โกเมซ เข้าปะทะจนล้มลง ผู้ตัดสินปล่อยให้เกมดำเนินต่อในจังหวะแรก ก่อนตัดสินใจกลับไปตรวจสอบ VAR และเปลี่ยนคำตัดสินให้เป็นลูกจุดโทษของ ฝรั่งเศส

เอ็มบัปเป้ไม่พลาด ยิงประตูชัยพาฝรั่งเศสผ่านเข้ารอบ

นาทีที่ 70 คีลิยัน เอ็มบัปเป้ รับหน้าที่สังหารจุดโทษ ก่อนยิงผ่านมือ ออร์ลันโด้ กิลล์ เข้าไปอย่างเฉียบขาด ส่งให้ ฝรั่งเศส ออกนำ 1-0 และกลายเป็นประตูที่ 7 ของเจ้าตัวในฟุตบอลโลก 2026 ทำให้ขึ้นไปนำเป็นดาวซัลโวร่วมของการแข่งขัน โดยมีจำนวนแอสซิสต์มากกว่าคู่แข่ง

หลังเสียประตู ปารากวัย พยายามเปิดเกมรุกมากขึ้น แต่ยังสร้างโอกาสกดดันแนวรับของ ฝรั่งเศส ได้ไม่มากนัก ขณะที่ "ตราไก่" ยังหาโอกาสสวนกลับได้ต่อเนื่อง

นาทีที่ 88 เอ็มบัปเป้ เกือบยิงประตูปิดเกมจากจังหวะซัดไกล แต่ ออร์ลันโด้ กิลล์ ยังพุ่งปัดเอาไว้ได้อีกครั้ง ช่วยให้ ปารากวัย ยังมีความหวังจนถึงช่วงท้ายเกม

สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่มเติม จบการแข่งขัน ฝรั่งเศส เอาชนะ ปารากวัย 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ โดยจะพบกับ โมร็อกโก ในวันที่ 9 กรกฎาคม

เอ็มบัปเป้ยังเป็นความหวังสูงสุดของตราไก่

แม้เกมนี้แนวรับของ ปารากวัย จะเล่นกันอย่างมีวินัยและทำให้ ฝรั่งเศส เจาะเข้าพื้นที่สุดท้ายได้ยาก แต่คุณภาพเกมรุกของ "ตราไก่" ยังสร้างความแตกต่างได้ในจังหวะสำคัญ โดยเฉพาะ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่รับบทผู้นำแนวรุกและรับผิดชอบความกดดันจากลูกจุดโทษได้อย่างยอดเยี่ยม

อีกหนึ่งคนที่มีบทบาทสำคัญคือ มานู โคเน่ ซึ่งมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเกมแดนกลางและเป็นผู้เล่นที่สร้างโอกาสยิงได้หลายครั้ง ส่วน ออร์ลันโด้ กิลล์ ผู้รักษาประตูของ ปารากวัย ก็เป็นอีกคนที่ทำผลงานโดดเด่นจากการเซฟหลายจังหวะ จนทำให้เกมยังสูสีตลอดทั้ง 90 นาที

ฝรั่งเศส อาจไม่ได้เก็บชัยชนะด้วยฟอร์มที่หวือหวา แต่การผ่านเกมที่อึดอัดแบบนี้ได้ ถือเป็นอีกบททดสอบสำคัญก่อนเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งการพบกับ โมร็อกโก จะเป็นอีกหนึ่งเกมที่ท้าทายอย่างมากในการลุ้นเส้นทางสู่แชมป์ฟุตบอลโลก 2026






เซสก์ ฟาเบรกาส ดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นเป็นกัปตันทีม

จากผู้แพ้สงครามสู่แชมป์โลก : "ปาฏิหาริย์แห่งเบิร์น" จุดกำเนิดมหาอำนาจลูกหนังเยอรมนี

🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!

🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย

📲 คลิกที่นี่เลย 👉  https://line.me/R/ti/p/@pzz9

Post a Comment

أحدث أقدم