แมนยูฯ ติดกับดักแบ็คซ้าย! 12 ปีเปลี่ยนมาแล้วกี่คน แต่สุดท้ายต้องกลับมาพึ่ง ลุค ชอว์ เหมือนเดิม
1. ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ไม่มีแบ็คซ้าย” แต่อยู่ที่ แมนยูฯ ไม่เคยหาตัวแทนระยะยาวได้
หากมองผิวเผิน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีผู้เล่นที่สามารถเล่นแบ็คซ้ายได้หลายคน แต่เมื่อพิจารณาคุณภาพและความต่อเนื่องกลับเป็นอีกเรื่อง เพราะ ลุค ชอว์ ยังเป็นคนเดียวที่ถูกมองว่าเป็นแบ็คซ้ายธรรมชาติและมีประสบการณ์ในระดับสูงมากพอจะยึดตำแหน่งตัวจริง
ปัญหาคือ ชอว์ ไม่สามารถลงสนามได้อย่างต่อเนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นเป็นระยะ นั่นทำให้ แมนยูฯ จำเป็นต้องหมุนเวียนผู้เล่นตำแหน่งอื่นมาช่วยตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเมื่อฤดูกาลใหม่กำลังจะเริ่มต้น ภาพเดิมก็ยังไม่เปลี่ยน
2. ย้อน 12 ปี แมนยูฯ เคยซื้อแบ็คซ้ายมาแล้ว แต่ไม่มีใครขึ้นมาแทน ชอว์ ได้จริง
ช่วงซัมเมอร์ปี 2014 แมนยูฯ เคยเสริมผู้เล่นที่สามารถเล่นแบ็คซ้ายได้ถึง 3 ราย ได้แก่ ลุค ชอว์, มาร์กอส โรโฮ และ ดาลี่ย์ บลินด์
แต่หลังจากนั้น สโมสรกลับมีผู้เล่นถนัดเท้าซ้ายเข้ามาเพิ่มเติมเพียงไม่กี่คน โดย อเล็กซ์ เตลลิส ย้ายเข้ามาในปี 2020 ก่อนที่ ไตเรลล์ มาลาเซีย จะตามมาในปี 2022 และ เซร์คิโอ เรกีล่อน เข้ามาด้วยสัญญายืมตัวในปี 2023
สิ่งที่เหมือนกันคือไม่มีใครสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงระยะยาวได้ ทำให้สุดท้าย ชอว์ ยังกลับมาเป็นตัวเลือกหลักทุกครั้งที่พร้อมลงสนาม
3. เตลลิส, มาลาเซีย, เรกีล่อน ปัญหาไม่ใช่แค่ “ซื้อแล้วไม่เวิร์ก” แต่คือการวางแผนที่ไม่ต่อเนื่อง
การเปลี่ยนแบ็คซ้ายหลายคนในช่วงเวลาหนึ่งไม่ได้หมายความว่าสโมสรแก้ปัญหาได้ เพราะแต่ละดีลไม่ได้ต่อยอดไปสู่โครงสร้างระยะยาวอย่างชัดเจน
เตลลิส ไม่สามารถแย่งตำแหน่งหลักจาก ชอว์ ได้ ขณะที่ มาลาเซีย เคยมีช่วงเวลาที่ถูกคาดหวังว่าจะขึ้นมาเป็นตัวจริง แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บส่งผลกระทบต่อพัฒนาการอย่างมาก ส่วน เรกีล่อน เป็นเพียงการแก้สถานการณ์ระยะสั้นด้วยสัญญายืมตัว
เมื่อหนึ่งคนหลุดออกจากทีม สโมสรจึงต้องเริ่มมองหาคนใหม่อีกครั้ง แทนที่จะมีผู้เล่นที่สามารถรับช่วงต่อจาก ชอว์ ได้อย่างเป็นระบบ
4. แมนยูฯ แก้ปัญหาด้วยการโยกแบ็คขวามาทางซ้าย จนกลายเป็นเรื่องปกติ
อีกหนึ่งสัญญาณที่ชัดเจนคือการใช้ผู้เล่นถนัดขวาในตำแหน่งแบ็คซ้าย
ที่ผ่านมา แมนยูฯ เคยใช้ทั้ง แอชลี่ย์ ยัง, มัตเตโอ ดาร์เมียน, ดิโอโก้ ดาโลต์ และ นุสแซร์ มัซราวี มาช่วยแก้ปัญหาฝั่งนี้
การโยกตำแหน่งสามารถช่วยทีมในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ แต่หากต้องพึ่งวิธีนี้เป็นประจำ นั่นสะท้อนว่าขุมกำลังในตำแหน่งแบ็คซ้ายยังไม่มีความสมดุล
สำหรับทีมที่ต้องแข่งขันทั้งในพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรป การมีผู้เล่นธรรมชาติในตำแหน่งนี้เพียงคนเดียวจึงเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม
5. แพทริค ดอร์กู ยังไม่ใช่คำตอบ หากบทบาทถูกขยับขึ้นไปเล่นเกมรุก
ดอร์กู มีคุณสมบัติด้านความเร็วและพลังในการเล่นเกมรุก แต่เมื่อบทบาทของนักเตะถูกขยับขึ้นไปมีส่วนกับเกมรุกมากขึ้น การฝากความหวังให้เจ้าตัวเป็นคำตอบระยะยาวในตำแหน่งแบ็คซ้ายจึงยังมีเครื่องหมายคำถาม
แมนยูฯ ต้องการผู้เล่นที่สามารถรับผิดชอบเกมรับริมเส้นได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพียงผู้เล่นที่สามารถขยับไปยืนตรงนั้นได้
ส่วน แฮร์รี่ อามาสส์ มีศักยภาพและความมุ่งมั่น แต่ยังต้องใช้เวลาเก็บประสบการณ์ การโยนภาระให้ดาวรุ่งรับผิดชอบตำแหน่งสำคัญตลอดทั้งฤดูกาลจึงอาจเร็วเกินไป
6. เกมกับ เอซี มิลาน ย้ำให้เห็นว่า “ฝั่งซ้าย” ยังเป็นพื้นที่ที่คู่แข่งสามารถโจมตีได้
เกมอุ่นเครื่องล่าสุดกับ เอซี มิลาน เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนที่น่าสนใจ เพราะ แมนยูฯ เปิดพื้นที่บริเวณฝั่งซ้ายให้คู่แข่งเข้ามาเล่นงานได้หลายครั้ง
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่แค่เรื่องว่าใครยืนแบ็คซ้าย แต่รวมถึงการประสานงานระหว่างแบ็คซ้าย, กองหลังตัวกลาง และผู้เล่นริมเส้นด้วย
หากคู่แข่งสามารถเจาะพื้นที่เดิมซ้ำ ๆ ได้ นั่นหมายความว่าระบบยังมีช่องโหว่ที่ต้องแก้ก่อนเข้าสู่การแข่งขันจริง
7. ลุค ชอว์ ยังเก่งพอเป็นตัวหลัก แต่คำถามคือ “ลงเล่นได้กี่นัด?”
นี่คือหัวใจสำคัญของปัญหาทั้งหมด
เมื่อ ชอว์ ฟิตสมบูรณ์ เขายังมีคุณภาพเพียงพอที่จะเป็นตัวเลือกหลักของ แมนยูฯ แต่ปัญหาคือไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่านักเตะจะพร้อมลงสนามตลอดฤดูกาล
ดังนั้นการวางแผนขุมกำลังโดยให้ ชอว์ เป็นแบ็คซ้ายหลักเพียงคนเดียวจึงมีความเสี่ยงสูง เพราะหากเกิดอาการบาดเจ็บขึ้นมาอีกครั้ง ทีมจะต้องกลับไปใช้แผนสำรองแบบเดิมทันที
8. ตลาดใกล้ปิด แต่ แมนยูฯ ยังต้องตัดสินใจเรื่องที่เลื่อนมาหลายปี
เป้าหมายอย่าง ลูอิส ฮอลล์ มีค่าตัวระดับ 70 ล้านปอนด์ ซึ่งอาจสูงเกินกว่าที่สโมสรต้องการจ่าย ขณะที่ ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี่ แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะกลายเป็นส่วนสำคัญของ อาร์เซน่อล ไปแล้ว
ส่วน ดาวิด รอม และ โจอากิน เซย์ส ยังไม่มีความชัดเจนมากพอที่จะบอกว่า แมนยูฯ กำลังจะปิดดีลใดดีลหนึ่ง
นั่นหมายความว่าเวลาของ Ineos กำลังลดลงเรื่อย ๆ และการไม่เสริมแบ็คซ้ายก่อนตลาดปิดวันที่ 1 กันยายน อาจกลายเป็นการตัดสินใจที่ต้องกลับมารับผิดชอบในช่วงกลางฤดูกาล
9. ฤดูกาลนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะ แมนยูฯ มี แชมเปี้ยนส์ ลีก เพิ่มเข้ามา
ฤดูกาล 2026/27 แมนยูฯ ต้องรับมือกับโปรแกรมที่หนักขึ้น โดยเฉพาะการกลับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งอย่างน้อยที่สุดต้องมีเกมรอบลีก 8 นัด
เมื่อรวมพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลถ้วย โปรแกรมจะยิ่งแน่นขึ้นอย่างชัดเจน
การมีแบ็คซ้ายธรรมชาติที่พร้อมใช้งานเพียงคนเดียวจึงไม่ใช่แค่เรื่องของตำแหน่งเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความลึกของทีมทั้งชุด
10. บทเรียน 12 ปีอยู่ตรงหน้า แต่ แมนยูฯ กำลังเสี่ยงเดินกลับไปจุดเดิม
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่การที่ แมนยูฯ ยังซื้อแบ็คซ้ายไม่ได้ แต่คือสโมสรเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาแล้วหลายครั้ง
🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉 https://login9.paizabet.app/register
✉️ ติดต่อสอบถาม 👉 https://line.me/R/ti/p/@pzz9
'โรมาโน่' ยัน 'แมนฯ ยูไนเต็ด' เร่งถกสัญญาใหม่ 'บรูโน่' หลังปัดข้อเสนองามจากกาลาตาซาราย
‘บุสเก็ตส์’ คืนถิ่นบาร์ซ่า! ประเดิมเส้นทางกุนซือคุม ‘บาร์ซา แอตเลติค’ หวังเดินรอยตามตำนาน







إرسال تعليق